Step 1 of forex

By 0 Comments

 

     1.1 ทำความรู้จักกับตลาด Forex ให้มากขึ้น

– ฟอเร็กซ์ คืออะไร ? (What’s forex?)

Forex คือ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสากล Foreign Exchange Market  หรือเรียกสั้นๆว่า  FX ถือเป็นสถาบันตลาดการเงินที่ใหญ่สุดในโลก วัดด้วยปริมาณการซื้อขายเกิน 4 ล้านล้านเหรียญต่อวัน ซึ่งถ้าเราเปรียบกับเงินจำนวน 25 ล้านเหรียญ ต่อวัน ของปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นนิวยอร์ค เราจะเห็นได้ถึงความมหาศาลของตลาดเงินตราสากล(Forex) ความจริงแล้วมันก็ใหญ่ประมาณ 3 เท่าของตลาดหุ้นทุกชนิดในโลกรวมกัน นี่คือความยิ่งใหญ่ของ Forex

ตลาดForex จะเป็นการซื้อขายสกุลเงิน โดยการซื้อหนึ่งสกุลเงินและขายอีกสกุลเงินหนึ่งเป็นคู่ ตัวอย่างเช่น ซื้อเงินยูโร(EUR) กำลังขึ้น เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์(USD) คุณจึงดำเนินการเทรดโดยซื้อคู่สกุลเงิน EUR/USD หากยูโร(EUR)ขึ้นคุณอาจได้กำไร ในทางกลับกันถ้าหากค่าเงินยูโร(EUR)ลงคุณก็จะขาดทุน

รูปภาพประกอบ

 

– เวลาไหนบ้างเปิด-ปิดทำการซื้อขายในตลาด Forex ? (Period time)

เวลาที่ตลาดเปิดทำการ วันจันทร์-วันศุกร์(ตามเวลาในประเทศไทย)?

ตลาดอเมริการ (USD) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 19.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 03.00 น.

ตลาดลอนดอน (GBP) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 15.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 23.00 น.

ตลาดออสเตรเลีย (AUD) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 05.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 13.00 น.

ตลาดญี่ปุน (JPY ) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 06.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 14.00 น.

ตลาดฝรั่งเศส (CHF) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 13.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 21.00 น.

ตลาดยุโรป (EUR) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 14.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 23.00 น.

ตลาดแคนาดา (CAD) ตลาดเปิดทำการเมื่อเวลา 19.00 น. และปิดทำการเมื่อเวลา 03.00 น.

รูปภาพประกอบ

เวลาทำการของตลาดในฤดูร้อนและฤดูหนาว

เนื่องจากหลายประเทศจะปรับไปใช้เวลาออมแสงหรือเวลาฤดูร้อน (Daylight Savings Time: DST) ในช่วงฤดูร้อน เวลาเปิดปิดตลาดในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวจึงแตกต่างกัน

     ภูมิภาค         เมือง   ฤดูร้อน   ฤดูหนาว
เปิด – ปิด   เปิด – ปิด
เอเชีย โตเกียว 23:00 – 08:00 23:00 – 08:00
ฮ่องกง/ สิงคโปร์ 00:00 – 09:00 00:00 – 09:00
ยุโรป แฟรงก์เฟิร์ต 06:00 – 14:00 07:00 – 15:00
ลอนดอน 07:00 – 15:00 08:00 – 16:00
อเมริกา นิวยอร์ก 12:00 – 20:00 13:00 – 21:00
ชิคาโก 13:00 – 21:00 14:00 – 22:00
แปซิฟิก เวลลิงตัน 18:00 – 03:00 19:00 – 04:00
ซิดนีย์ 20:00 – 05:00 21:00 – 06:00

วันหยุดของตลาดฟอเร็กซ์

                วันหยุด          วันที่
(สหรัฐฯ) วันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ 21 มกราคม
(สหรัฐฯ) วันประธานาธิบดี 18 กุมภาพันธ์
วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ 19 เมษายน
(สหรัฐฯ) วันรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงคราม 27 พฤษภาคม
(สหรัฐฯ) วันประกาศอิสรภาพ/ วันชาติ 4 กรกฎาคม
(สหรัฐฯ) วันแรงงาน 2 กันยายน
(สหรัฐฯ) วันขอบคุณพระเจ้า 28 พฤศจิกายน
วันคริสต์มาส 25 ธันวาคม
วันปีใหม่ 1 มกราคม

 

– ใครเป็นผู้ขับเคลื่อนตลาด Forex บ้าง?

ผู้ที่ขับคลื่อนตลาด forex ให้ราคาผันผวนอยู่ตลอดเวลา และทำให้เกิดการซื้อขายในปริมาณมากๆ จนตลาด Forex เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง ไม่ใช่แค่เพียงเหล่าเทรดเดอร์จำนวนมากทั่วโลกพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็ยังมี ธนาคาร/ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ/ รัฐบาล-ธนาคารกลาง/ กองทุนป้องกันความเสี่ยง(Hedge Fund)

รูปภาพประกอบ

ธนาคาร (Bank)

ในธนาคารแต่ละแห่งทั่วโลกจะมีการซื้อขายสกุลเงินไว้เพื่อเก็งกำไร และเพื่อทำกำไรจากการที่มีคนนำเงินมาแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ธนาคารนั้นเอง ธนาคารบางแห่งจะเป็นผู้เทรดเอง หรือให้ลูกค้ารายย่อยเป็นผู้เทรดในบัญชีธนาคารหรือทำโดย Proprietary Trader คือ ผู้ที่ประกอบอาชีพเทรดให้กับธนาคาร ซึ่งการเทรดของธนาคารเป็นการเทรดขนาดใหญ่และวันละหลายๆพันล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว

บริษัทที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ

ในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ จะมีการซื้อขายระหว่างประเทศกันเกิดขึ้น บริษัทต่างๆ เหล่านี้ก็ทำการเทรด Forex เพื่อชำระสินค้า และบริการจากประเทศนั้นๆ การเทรด Forex ของบริษัทเหล่านี้ ในทั่วโลกทุกมุมโลก เป็นสาเหตุหลักๆ ที่เกิดกิจกรรมในตลาด Forex นั่นเอง เพราะบริษัทต้องทำการการแลกเปลี่ยนสกุลเงินในการประกอบธุรกรรมในประเทศอื่นๆ ในจำนวนครั้งมากๆ

รัฐบาล/ธนาคารกลาง

ถือว่าเป็นรายใหญ่และมีบทบาทสำคัญในตลาด Forex  เป็นอย่างมาก โดยเฉพราะธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ที่สามารถทำให้สกุลเงินของประเทศตัวเองแข็งค่าและอ่อนค่าลงได้ โดยการควบคุมความต้องการเงิน เงินเฟ้อและอัตราดอกบี้ย ซึ้งถ้าธนาคารกลางออกมาระกาศสิ่งเหล่านี้ จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้การเทรด Forex ของเหล่าเทรดเดอร์ที่จะทำกำไรได้หรือไม่ โดยธนาคารกลางก็จะทำเทรด Forex เพื่อมาเป็นกองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ สำหรับใช้ในการรักษาเสถียรภาพของตลาด

กองทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedge Fund)

การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ จะมีกองทุนป้องกันความเสี่ยง มาช่วยควบคุมและเก็งกำไรกับเงินกองทุนจะทำการเทรด Forex ในปริมาณที่มาก จำนวนหลายพันล้านดอลล่าร์ การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศจึงเป็นการเก็งกำไรโดยธรรมชาติ ถือได้ว่าเป็นผู้เทรด Forex รายใหญ่ที่มีปริมาณในแต่ละวันมากอย่างยิ่ง

เหล่าผู้เทรด Forex รายใหญ่ทั้ง 4 ราย เป็นผู้ที่มีบทบาทต่อความผันผวนในตลาดเป็นอย่างมาก การที่เราในฐานะผู้ลงทุนรายย่อย สามารถทำกำไรในตลาด Forex ได้ ก็เนื่องมาจากการขับเคลื่อนของผู้ลงทุนรายใหญ่เหล่านี้นั่นเอง

 

– LP คืออะไร?

Liquidity provider หรือที่เรียกกันว่า LP คือ ผู้ให้บริการสภาพคล่องคือธนาคารขนาดใหญ่ บริษัทลงทุนที่มีใบอนุญาต และโบรกเกอร์ ซึ่งมีกระบวนการซื้อขายผ่านเทคโนโลยี STP (Straight Through Processing) หมายความว่าคำสั่งของลูกค้าทั้งหมดจะถูกส่งต่ออัตโนมัติไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยไม่มีการแทรกแซงจากโบรกเกอร์ จะช่วยให้ผู้เทรดและบริษัทหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในกรณีนี้ ผลกำไรที่ลูกค้าได้รับจะไม่ทำให้โบรกเกอร์เกิดการสูญเสียใด ๆ

รูปภาพประกอบ

ผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity provider)

Commerzbank AG, BNP Paribas, B2Broker, HSBC, ADS Securities, Deutsche Bank, Nomura, Citibank, Integral FX, LMAX, Sucden, JFD Prime, Swissquote

รูปภาพประกอบ

 

– Forex Broker คืออะไร?

Forex Broker คือ ตัวกลางเชื่อมต่อการซื้อขายระหว่างนักเทรดฟอเร็กซ์รายย่อย กับตลาดฟอเร็กซ์ เรียกง่ายๆว่า “นายหน้า”  ซึ่งเขาจะได้รายได้จากการที่เราทำรายการ ยิ่งเราเทรดบ่อยๆ พวก Forex Broker พวกนี้เค้าก็จะยิ่งชอบ เพราะไม่ว่าคุณจะเทรดได้กำไรหรือขาดทุน โบรกเกอร์ก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าเรียบร้อยตั้งแต่คุณเปิดรายการซื้อขาย   “นักเทรดฟอเร็กซ์รายย่อยไม่สามารถเทรดโดยตรงกับ Forex Markets ได้ จำเป็นต้องเทรดผ่านฟอเร็กซ์โบรกเกอร์”  นั่นคือคุณจะสามารถเทรด forex ได้ ก็ต่อเมื่อเลือกสมัครสมาชิกกับบรรดา forex broker ทั้งหลายที่มีกันอยู่มากมาย

ประเภท Brokre Forex มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของ Brokra Forex หลักๆสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

1.Dealing Desks (DD) และ 2.No Dealing Desks (NDD)

รูปภาพประกอบ

Dealing Desks (DD) หรือที่เรียกกันในอีกชื่อนึงว่า Market Makers ส่วน No Dealing Desks (NDD) สามารถแบ่งประเภทย่อยออกมาได้อีก คือStraight Through Processing (STP) และ Electronic Communication Network + Straight Through Processing (ECN+STP)

ประเภทแรก คือ Dealing Desks (DD)

โบรกเกอร์ Forex ที่ให้บริการในรูปแบบ ของ Dealing Desks (DD) หรือที่เรียกกันว่า Market makers จะเป็นลักษณะโบรกเกอร์ที่ไม่ได้นำออเดอร์ของลูกค้าเข้าสู่ตลาดจริงโดยตรง โดยทางโบรกจะหาวิธีการต่างๆ เพื่อจับคู่สถานะตรงกันข้ามกับลูกค้า เช่น

  • จับคู่ออเดอร์ของลูกค้าด้วยกันเอง เช่น ลูกค้าคนนึง Long(Buy) ก็หาลูกค้าอีกคนนึงที่ Short(Sell) มาจับคู่กัน เป็นต้น
  • ถ้าโบรกเกอรไม่สามารถจับคู่สถานะของลูกค้ากันเองได้ ก็จะไปเทรดสถานะตรงข้ามกับลูกค้าในตลาดจริง หรือกับโบรกเกอร์อื่น เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • หรือว่า รับออเดอร์ของลูกค้านั้นตรงๆเลย ไม่ได้ไปเปิดสถานะตรงข้ามแต่อย่างใด

 

รูปภาพประกอบ

 

ประเภทสอง คือ No Dealing Desks (NDD)

โดยโบรกเกอร์ประเภทนี้จะนำคำสั่งของลูกค้ายิงเข้าสู่ตลาดจริงโดยตรง (ไม่มีการรับออเดอร์ลูกค้าแต่อย่างใด) เป็นเพียงตัวกลางที่จะคอยนำคำสั่งของลูกค้าไปสู่ตลาดจริงหรือที่เรียกกันว่า Interbank market* ซึ่งในนั้นจะมีผู้เล่นจริงๆ ทั้งธนาคาร , กองทุน , โบรกเกอร์ , Hedge fund , ลูกค้าจากที่ต่างๆ ที่เทรดค่าเงินจริงๆกันอยู่แล้ว ซึ่งตลาดนี้เองที่เป็นแหล่งอ้างอิงในการกำหนดมูลค่าของค่าเงินต่างๆที่โชว์ให้เราเห็นตามที่ต่างๆทั่วโลก

โดยโบรกเกอร์ประเภท No Dealing Desk นี้จะทำกำไรจากการเก็บค่าคอม (Commission) จากการเทรด หรือบวกเพิ่มส่วนต่างนิดหน่อยจาก Spread

ในส่วน No Dealing Desks (NDD) สามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ STP และ STP+ECN

STP คือ?

STP ย่อจากมา Straight Through Processing system โบรกเกอร์ Forex ที่ใช้ระบบ STP ในการจับคู่คำสั่งให้กับลูกค้า จะนำคำสั่งลูกค้ายิงตรงเข้าสู่ตลาดจริง (interbank market) โดยในตลาดจริงเราสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดออเดอร์กับ LP (liquidity provider)หรือที่ธนาคาร ซึ่งแต่ละธนาคาร ก็มีราคา bid กับ ask ที่แตกต่างกันออกไป เช่น

โดยทางระบบ STP จะจัดเรียง Bid กับ Ask ที่ดีที่สุดให้กับทางโบรกเกอร์ จากตัวอย่างข้างต้นนี้ Bid ที่ดีที่สุดคือ 1.4000 ส่วน Ask ที่ดีที่สุดคือ 1.4001 และโดยปกติทางโบรกเกอร์จะเพิ่ม Bid/Ask เข้าไปฝั่งละ 1 pip (Bid ลด 1 pip , Ask เพิ่ม 1 pip) เพื่อกินกำไรส่วนต่างนี้  ดังนั้นโบรกเกอร์จะแสดงค่า Bid อยู่ที่ 1.3999 และ Ask อยู่ที่ 1.4002 ในโปรแกรมเทรด

รูปภาพประกอบ

ECN คือ ?

จะคล้ายๆ กับ DMA (Direct Market Access) STP แต่ ECN จะมีความแตกต่างคือ DMA STP โบรกเกอร์จะยิงออเดอร์ของลูกค้าไปยังพวก LPs (Liquidity providers) ที่โบรกเกอร์มีอยู่ แต่บนระบบ ECN ลูกค้าสามารถยิงออเดอร์ตัวเองไปยังผู้เล่นคนอื่นในตลาดจริงๆเลย

โดยบนระบบ ECN มีผู้เล่นทั้ง ธนาคาร, กองทุน, Hedge fund, รายใหญ่, รายย่อย รวมถึงโบรกเกอร์ต่างๆ ที่เทรดกันอยู่บนระบบนี้ ซึ่งการเทรดบนระบบนี้เทรดเดอร์จะได้ค่า Spread ที่ดีมากๆ ได้ Bid ที่ดีที่สุด ได้ Ask ที่ดีที่สุด เพราะมันเป็นตลาดจริงๆที่เทรดกันอยู่

 

– Fundamental Analysis(การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน) คืออะไร?

พิจารณาข้อมูลพื้นฐานหลายๆด้าน เช่น เศรษฐกิจภายในประเทศและนอกประเทศหรือข่าวสารต่างๆที่ส่งผลกระทบกับฌศรษฐทั่วโลก มีโอกาสทั้งระยะสั้นและระยะยาวของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัท การใช้อัตราส่วนต่าง ๆ เพื่อวัดสถานะการเงินของบริษัทว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าลงทุนหรือไม่ ยกตัวอย่าง เช่น price-earnings ratio (P/E) เป็นหนึ่งในอัตราส่วนที่เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับการหามูลค่าของหุ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

 

– Technical Analysis(การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค) คืออะไร?

เป็นการศึกษาราคาหุ้นและพฤติกรรมในอดีตของตลาดหุ้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีจุดประสงค์เพื่อเรียนรู้ จดจำ และ วิเคราะห์แพทเทิร์นต่าง ๆ ที่เคยปรากฎขึ้นมาก่อน การหาเทรนด์ รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา การดูวอลุ่ม และการหาสัญญานต่าง ๆ โดยการสังเกตุการณ์ความเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจสามารถบอกเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเข้าซื้อขายได้

Categories:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *